สืบเนื่องจากการที่เครือข่ายผู้สื่อข่าวสอบสวนระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) เปิดโปงเอกสารข้อมูล “แพนดอรา เปเปอร์ส” เกี่ยวกับ “ธุรกรรมลับ” ของบุคคลสำคัญระดับโลกหลายร้อยคน ที่ดำเนินการผ่านบริษัทนอกอาณาเขต โดยชุดข้อมูลที่นำออกมาเผยแพร่มีจำนวนมากถึง 11.9 ล้านไฟล์ ทำลายสถิติฐานข้อมูล “ปานามา เปเปอร์ส” เผยแพร่เมื่อปี 2559 เชื่อมโยงบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย มอสแซค ฟอนเซกา ของปานามานั้น

สำนักพระราชวังของจอร์แดนออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 ทรงไม่เคยปิดบัง ว่าพระองค์ทรงมีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมายทั้งของจอร์แดน และของประเทศซึ่งเป็นที่ตั้งอสังหาริมทรัพย์นั้น การเผยแพร่ข้อมูลเช่นนี้คือ “การคุกคามความปลอดภัย” และ “ความเป็นส่วนพระองค์” ของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2

ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการที่เอกสารจำนวนหนึ่งพาดพิงบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ว่าล้วนเป็นข้อมูลที่ไร้สาระและไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และรัฐบาลมอสโกจะตรวจสอบข้อมูลใดก็ตามที่เชื่อมโยงถึงรัสเซีย เมื่อเนื้อหาดังกล่าว “มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น”

ด้านฝ่ายค้านของปากีสถานเรียกร้องนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ปลดรัฐมนตรีซึ่งมีชื่ออยู่ในแพนดอรา เปเปอร์ส หนึ่งในนั้นคือนายเชากัต ทาริน รมว.การคลัง ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำเม็กซิโก เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบประวัติทางการเงินของพลเมืองเม็กซิกัน 3,000 คน ที่ปรากฏอยู่ในแพนดอรา เปเปอร์ส

ส่วนนายนาจิบ มิกาตี นายกรัฐมนตรีเลบานอน ซึ่งเป็นนักธุรกิจ มีข้อมูลปรากฏในแพนดอรา เปเปอร์ส ว่าใช้บริการผ่านบริษัทนอกอาณาเขตแห่งหนึ่ง ในปานามา ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโมนาโก เป็นมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 338 ล้านบาท ) แม้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 แต่การที่เลบานอนเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจหนักหน่วง เรื่องราวที่มีการเปิดโปง สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับประชาชน